นักเรียน ESL ยกมือและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพูดในห้องเรียน

กิจกรรมฝึกพูดภาษาอังกฤษสำหรับผู้เริ่มต้น | 8 เกมง่ายๆ ที่นักเรียนของคุณจะชื่นชอบ

การสอนให้ผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองระดับเริ่มต้นพูดภาษาอังกฤษได้นั้นอาจเป็นเรื่องยากลำบาก พวกเขากังวลใจ ไม่อยากทำผิดพลาด และบางครั้งพวกเขาก็จ้องมองคุณราวกับว่าคุณขอให้พวกเขาไปพูดในงาน TED Talk

ฟังดูคุ้นๆ ไหม? คุณไม่ได้อยู่คนเดียว การพูดเป็นทักษะที่ยากที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นส่วนใหญ่ เพราะมันดูเป็นเรื่องส่วนตัวมาก แต่ข่าวดีก็คือ ด้วยกิจกรรมฝึกพูด ESL ที่เหมาะสม แม้แต่ผู้เรียนที่เงียบที่สุดของคุณก็จะเริ่มพูด และอาจจะสนุกกับการพูดด้วยซ้ำ

กิจกรรมฝึกพูด 8 ข้อนี้สำหรับผู้เริ่มต้นนั้น เตรียมการน้อย อธิบายง่าย และใช้ได้กับนักเรียนทุกวัย มาเริ่มกันเลย

1. ลูกบอลคำถาม

เวลา: 5-10 นาที | เหมาะสำหรับ: การวอร์มอัพ

เขียนคำถามง่ายๆ ลงบนลูกบอลชายหาดหรือลูกบอลนุ่มๆ ด้วยปากกาเมจิก เช่น “อาหารโปรดของคุณคืออะไร?” หรือ “คุณมีสัตว์เลี้ยงไหม?” ให้นักเรียนยืนเป็นวงกลมแล้วโยนลูกบอล เมื่อรับลูกบอลได้ คำถามที่อยู่ใกล้กับนิ้วโป้งขวาที่สุด คือคำถามที่คุณต้องตอบ

นี่เป็นหนึ่งในกิจกรรมฝึกพูดภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะมันเพิ่มองค์ประกอบทางกายภาพเข้ามา นักเรียนจะจดจ่อกับการรับลูกบอลแทนที่จะกังวลเรื่องภาษาอังกฤษของตนเอง นอกจากนี้ คำถามแบบสุ่มยังช่วยป้องกันไม่ให้ใครเตรียมตัวมากเกินไปจนเกิดอาการประหม่า

คำแนะนำสำหรับครู: สำหรับผู้เริ่มต้นอย่างแท้จริง ให้เริ่มจากคำถามใช่/ไม่ใช่ ก่อน จากนั้นค่อยเพิ่มคำถาม “ทำไม?” เมื่อพวกเขาเริ่มคุ้นเคยมากขึ้น

2. สองความจริงกับหนึ่งคำโกหก

เวลา: 10-15 นาที | เหมาะสำหรับ: ทำความรู้จักกัน / สัปดาห์แรก

นักเรียนแต่ละคนเขียนประโยคเกี่ยวกับตัวเองสามประโยค โดยสองประโยคเป็นความจริงและอีกหนึ่งประโยคเป็นเรื่องโกหก จากนั้นพวกเขาอ่านประโยคเหล่านั้นออกมาดัง ๆ และเพื่อนร่วมชั้นจะทายว่าประโยคไหนเป็นเรื่องโกหก

ตัวอย่าง:

  • ฉันมีพี่ชายสองคน
  • ฉันเล่นเปียโนได้
  • ฉันกินพิซซ่าเป็นอาหารเช้า

วิธีนี้ได้ผลดีมากสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะพวกเขาเพียงแค่ต้องเขียนประโยคสั้นๆ สามประโยคเท่านั้น ส่วนการเดาจะสร้างบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ เช่น “ฉันคิดว่าข้อ 3 เป็นคำโกหกเพราะว่า…” นักเรียนจะได้ฝึกพูดโดยไม่ต้องคิดเลย

นักเรียน ESL สองคนกำลังฝึกกิจกรรมการพูดแบบคู่ในห้องเรียน

3. อธิบายภาพและวาดภาพ

เวลา: 15-20 นาที | เหมาะสำหรับ: การทำงานเป็นคู่

นักเรียน A ได้ภาพง่ายๆ ภาพหนึ่ง (เช่น บ้าน สัตว์ หรือทิวทัศน์) นักเรียน B ได้กระดาษเปล่าหนึ่งแผ่น นักเรียน A อธิบายภาพโดยใช้ภาษาอังกฤษเท่านั้น และนักเรียน B พยายามวาดภาพนั้นโดยไม่เห็นภาพต้นฉบับ

เมื่อทำเสร็จแล้ว พวกเขาก็จะนำภาพทั้งสองมาเปรียบเทียบกัน ผลลัพธ์มักจะตลกมาก ซึ่งช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้บรรยากาศอยู่เสมอ

กิจกรรมการพูดแบบคู่สำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองนี้ บังคับให้นักเรียนใช้ภาษาเชิงพรรณนา เช่น “มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอยู่ทางด้านซ้าย แมวกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้” กิจกรรมนี้ช่วยพัฒนาทั้งความคล่องแคล่วในการพูดและ... คำศัพท์ อย่างเป็นธรรมชาติ

คำแนะนำสำหรับครู: ให้คำศัพท์พื้นฐานบนกระดานแก่ผู้เริ่มต้น (เช่น ซ้าย ขวา ใหญ่ เล็ก ข้างๆ ระหว่าง) เพื่อเป็นตัวช่วยในการเรียนรู้

4. หาคนที่…

เวลา: 10-15 นาที | เหมาะสำหรับ: ทั้งชั้นเรียนพูดคุยกัน

แจกใบงานให้นักเรียนแต่ละคน โดยมีคำถามกระตุ้นความคิด เช่น:

  • หาคนที่ชอบไอศกรีมช็อกโกแลต
  • หาคนที่ว่ายน้ำเป็น
  • หาคนที่เคยไปญี่ปุ่นมาแล้ว

นักเรียนเดินไปรอบห้องและถามคำถามกันเพื่อเติมชื่อลงไป เช่น “คุณชอบไอศกรีมช็อกโกแลตไหม?” เมื่อมีคนตอบว่าชอบ พวกเขาก็จะเขียนชื่อของคนนั้นลงไป

นี่คือกิจกรรมฝึกพูดภาษาอังกฤษแบบคลาสสิกที่ได้ผลทุกครั้ง การเคลื่อนไหวช่วยให้พลังงานคงอยู่ และนักเรียนจะได้ฝึกถามคำถามรูปแบบเดิมซ้ำๆ ซึ่งเป็นวิธีที่ผู้เริ่มต้นสร้างความมั่นใจได้เป็นอย่างดี ตามที่กล่าวไว้ สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์การฝึกฝนซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องควบคู่กับการปฏิสัมพันธ์ที่มีความหมาย เป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการพัฒนาทักษะการพูด

5. ห่วงโซ่เรื่องราว

เวลา: 10 นาที | เหมาะสำหรับ: กลุ่มเล็กๆ

นักเรียนนั่งเป็นวงกลม คนแรกพูดประโยคแรกเพื่อเริ่มต้นเรื่องราว เช่น “เด็กชายคนหนึ่งเดินเข้าไปในป่า” คนต่อไปพูดประโยคเพิ่มว่า “เขาเห็นหมีตัวใหญ่” แต่ละคนพูดประโยคเพิ่มไปเรื่อยๆ และเรื่องราวก็ยาวขึ้นเรื่อยๆ

กฎ: ห้ามพูดซ้ำสิ่งที่คนก่อนหน้าพูด และต้องเชื่อมโยงกับประโยคก่อนหน้า

ผู้เริ่มต้นจะชื่นชอบสิ่งนี้เพราะไม่มีคำตอบที่ผิด เรื่องราวจะแปลกและตลกขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ทุกคนสนใจตลอด นอกจากนี้ยังช่วยฝึกฝนการใช้กาลในอดีตด้วยวิธีที่เป็นธรรมชาติและไม่กดดันอีกด้วย

คำแนะนำสำหรับครู: หากนักเรียนคิดไม่ออก ให้เขียนประโยคเริ่มต้นบนกระดาน เช่น “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…” หรือ “สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา…” ก็ใช้ได้ดี

6. การแสดงบทบาทสมมติโดยใช้บัตรคำใบ้

เวลา: 15-20 นาที | เหมาะสำหรับ: ภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติ

สร้างสถานการณ์สวมบทบาทง่ายๆ บนการ์ด:

  • การ์ด A: คุณอยู่ที่ร้านอาหาร สั่งอาหารจากพนักงานเสิร์ฟ
  • การ์ด B: คุณเป็นพนักงานเสิร์ฟ รับออเดอร์จากลูกค้า

สถานการณ์อื่นๆ: ซื้อตั๋วรถโดยสาร, ถามทาง, เช็คอินโรงแรม, นัดหมายแพทย์

การเล่นบทบาทสมมติช่วยให้ผู้เรียนภาษาอังกฤษระดับเริ่มต้นมีพื้นที่ปลอดภัยในการฝึกฝนภาษาอังกฤษในชีวิตจริง พวกเขารู้ว่ามันเป็นสถานการณ์สมมติ ดังนั้นความผิดพลาดจึงดูไม่น่ากลัวนัก นอกจากนี้ พวกเขายังได้ฝึกฝนรูปแบบการสนทนาที่พวกเขาจะต้องใช้จริงนอกห้องเรียนอีกด้วย

คำแนะนำสำหรับครู: เริ่มด้วยการจำลองการแสดงบทบาทสมมติจากนักเรียนที่เก่งก่อน เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าต้องทำอย่างไร เขียนวลีหรือประโยคที่ใช้ได้จริงบนกระดานด้วย

กลุ่มนักเรียน ESL ร่วมมือกันทำกิจกรรมการพูดในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ

7. คุณอยากเลือกอะไรมากกว่ากัน?

เวลา: 10 นาที | เหมาะสำหรับ: การวอร์มอัพหรือการเล่นคั่นเวลา

ลองถามคำถามสนุกๆ ว่า “คุณอยากเลือกอะไรมากกว่ากัน” กับนักเรียนดูสิ:

  • คุณอยากบินได้หรืออยากล่องหนได้มากกว่ากัน?
  • คุณอยากอาศัยอยู่บนภูเขาหรือบนชายหาดมากกว่ากัน?
  • คุณอยากกินแต่พิซซ่าหรือกินแต่บะหมี่เป็นเวลาหนึ่งเดือนมากกว่ากัน?

นักเรียนเลือกตัวเลือกหนึ่งข้อและอธิบายเหตุผล เริ่มต้นด้วยการเขียนประโยคง่ายๆ เช่น “ฉันอยากจะ…เพราะว่า…” บนกระดาน

กิจกรรมฝึกฝนการสนทนาภาษาอังกฤษสำหรับผู้เรียน ESL นี้ยอดเยี่ยมมาก เพราะแต่ละคำถามมีตัวเลือกเพียงสองตัวเลือกเท่านั้น นักเรียนไม่จำเป็นต้องคิดหาคำตอบเอง เพียงแค่เลือกและอธิบาย กิจกรรมนี้จะผลักดันให้พวกเขารู้จักให้เหตุผล ซึ่งเป็นจุดที่การฝึกฝนการพูดอย่างแท้จริงเกิดขึ้น

8. การสำรวจและรายงาน

เวลา: 15-20 นาที | เหมาะสำหรับ: ทักษะการพูด + ทักษะด้านข้อมูล

ให้คำถามสำรวจแก่นักเรียน เช่น “ฤดูไหนที่คุณชอบที่สุด?” หรือ “คุณเดินทางมาโรงเรียนอย่างไร?” นักเรียนสัมภาษณ์เพื่อนร่วมชั้น 5-8 คน และบันทึกคำตอบ จากนั้นรายงานผลให้ชั้นเรียนฟังว่า “มี 3 คนชอบฤดูร้อน มี 2 คนชอบฤดูหนาว และไม่มีใครชอบวันจันทร์”

กิจกรรมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการพูดจากสองแง่มุม ประการแรก นักเรียนจะได้ฝึกถามคำถาม ประการที่สอง พวกเขาจะได้ฝึกรายงานข้อมูล ส่วนที่สองนี้—การเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นประโยคพูด—เป็นทักษะที่ครูหลายคนมองข้าม แต่มีประโยชน์อย่างมาก

คำแนะนำสำหรับครู: สำหรับผู้เริ่มต้น ให้ใช้แม่แบบการรายงานดังนี้: “มีคน ___ คนพูดว่า ___. คำตอบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ___.”

การทำให้กิจกรรมเหล่านี้ประสบความสำเร็จ

กิจกรรมฝึกพูดภาษาอังกฤษสำหรับผู้เริ่มต้นทั้ง 8 อย่างนี้ มีสิ่งสำคัญร่วมกันอย่างหนึ่งคือ พวกมันให้เหตุผลในการพูดคุยแก่ผู้เรียน ไม่มีใครอยากพูดภาษาอังกฤษ “เพียงเพราะอยากพูด” แต่การรับลูกบอล การวาดภาพตลกๆ หรือการถกเถียงเรื่องพิซซ่ากับบะหมี่ นั่นแหละคือเหตุผล

ต่อไปนี้คือสามสิ่งที่คุณควรคำนึงถึงเมื่อใช้งาน:

  1. เริ่มจากสร้างแบบจำลองก่อน ควรสาธิตกิจกรรมก่อนเสมอเพื่อให้นักเรียนลงมือทำ ผู้เริ่มต้นจำเป็นต้องเห็นว่าความสำเร็จมีลักษณะอย่างไร
  2. ให้การสนับสนุนด้านภาษา เขียนคำศัพท์และโครงสร้างประโยคที่เป็นประโยชน์ลงบนกระดาน นี่ไม่ใช่การโกง แต่เป็นการช่วยสร้างพื้นฐาน
  3. จงชื่นชมความพยายาม ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ ผู้เริ่มต้นเรียนรู้จะทำผิดพลาดบ้าง นั่นเป็นเรื่องปกติ เป้าหมายคือการทำให้พวกเขาเริ่มพูดได้ ไม่ใช่การทำให้พวกเขาพูดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ลองนำกิจกรรมเหล่านี้ไปใช้ในชั้นเรียนครั้งต่อไปของคุณ เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับนักเรียนของคุณมากที่สุด แล้วสังเกตดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณมอบแรงจูงใจที่สนุกสนานให้นักเรียนระดับเริ่มต้นกล้าที่จะพูดออกมา

เอกสารอ้างอิง

สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (2020) ความสำคัญของกิจกรรมการพูด. https://www.cambridge.org/elt/blog/2020/01/15/importance-speaking-activities/

กระทู้ที่คล้ายกัน